|
1.2 การเก็บรักษาแอมโมเนีย
แอนไฮดรัส ที่บรรจุในท่อบรรจุก๊าซ
(Cylinder) มี หลักเกณฑ์ดังนี้
-
อาคารที่เก็บต้องมีหลังคาสูงโปร่ง
มีการระบายอากาศดี มีทางเข้า
- ออกอย่างน้อย 2 แห่ง
ห่างจากบริเวณที่มีความชื้น
ห้ามเก็บในที่อุณหภูมิสูงเกิน
52 0C ควรมีเครื่องมือวัดทิศทางลมติดตั้งไว้ด้วย
- บริเวณที่เก็บต้องมีฝักบัวชำระล้างกาย
และน้ำพุแรงดันต่ำสำหรับล้างตา
- พื้นที่เก็บต้องห่างจากที่มีการขนส่งหนาแน่น
หรือบริเวณทางออกฉุกเฉิน
- ต้องมีอุปกรณ์เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
ตามบทที่
1 ข้อ
6 ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา
ควรแยกเก็บไว้
2 แห่ง ไม่ควรเก็บรวมไว้ที่เดียวกัน
- อุปกรณ์ไฟฟ้าในสถานที่เก็บต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด
และเกิดประกายไฟ
(Explosion proof)
-
ต้องมีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยให้เหมาะสมและเพียงพอกับขนาดกิจการ
-
การจัดเก็บต้องไม่เก็บรวมกับสารไวไฟ
สารอ๊อกซิไดซ์ วัตถุระเบิด
-
การจัดวางท่อบรรจุก๊าซให้วางตั้งฉากกับพื้น
จัดให้มีที่วางเพียงพอ และสะดวกต่อการเข้า
ออก ขนย้าย
- ต้องใช้ระบบเข้าก่อน
ออกก่อน
(First in
First out) เพื่อป้องกันการเก็บท่อบรรจุก๊าซที่เต็มนานเกินไป
- ต้องเก็บแยกกันอย่างชัดเจนระหว่างท่อมีก๊าซ
และท่อไม่มีก๊าซ โดยมีป้ายท่อบรรจุก๊าซแอมโมเนียเต็ม
และ ท่อเปล่า ติดไว้
- การเคลื่อนย้ายท่อบรรจุก๊าซจะต้องระมัดระวังมิให้มีการชำรุดทางกายภาพของท่อ เช่น การกระแทก
การมีรอยขีด บาด
- ต้องมีข้อมูลวัตถุอันตราย
ติดไว้ในที่มองเห็น หยิบอ่านได้ง่ายในสถานที่เก็บ
- หมั่นตรวจสอบสถานที่เก็บ
และตรวจสภาพการจัดเก็บอย่างน้อย
1 ครั้งต่อสัปดาห์
- ท่อบรรจุก๊าซต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
- ติดป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัยในการทำงาน
ในพื้นที่สถานที่เก็บ
2.หลักเกณฑ์การปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยระหว่างการขนส่ง
1.3.1รถที่ใช้ขนส่งจะต้องได้รับการตรวจสอบ
และอนุญาตให้ใช้ขนส่งวัตถุอันตราย
จากกรมกรมขนส่งทางบก
1.3.2 ป้ายและเครื่องหมายรถบรรทุก
- ปิดป้ายสัญลักษณ์ความเสี่ยงหลัก
(ก๊าซพิษ) และความเสี่ยงรอง
(กัดกร่อน)โดยที่ถ้าเป็นรถติดตั้งถังบรรทุก
(Vehicle Tank)
ให้ติดข้างภาชนะบรรจุทั้ง2 ด้าน ขนาดแผ่นป้ายไม่น้อยกว่า
25 x 25 ซม. กรณีภาชนะบรรจุที่มีขนาดเล็กกว่า
400 กก. ติดที่
ภาชนะบรรจุขนาดของป้าย
10 x 10 ซม.
- แผ่นป้ายสีล้ม
ขนาด
30 x 40 ซม. ติดด้านหน้าและหลังของรถในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน
กรณีเป็นรถติดตั้งถังบรรทุกให้ติดป้ายสีส้มเพิ่มที่ข้างถังทั้ง
2 ข้าง โดยป้ายสีส้มติดด้านข้างนี้มีรายละเอียดดังนี้
ขนาด
30x40 ซม.
พื้นป้ายสีส้ม ขอบป้ายสีดำขนาดกว้าง
1.5 ซม. แบ่งออก
2 ส่วนตามความกว้างของป้าย
ส่วนบนกำหนดเป็นตัวเลขแสดงความเสี่ยงอันตราย
ที่จะเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งสินค้า
ส่วนล่างเป็น
UN-Number ตัวเลขสูง
10 ซม. กว้าง
1.5 ซม.

นอกจากนี้แล้วข้างถังทั้ง
2 ด้าน ต้องมีอักษรภาษาไทยระบุว่า
วัตถุอันตราย แอมโมเนียแอนไฮดรัส
ตัวอักษรสีแดง สูง
25 ซม.
2.3 ภาชนะบรรจุ กรณีเป็นท่อบรรจุก๊าซ
(Cylinder) ต้องได้ตามมาตรฐานและผ่านการทดสอบตามระยะเวลาที่กำหนด
(มีรายละเอียดในบทที่
3 ข้อ ข.2
) นอกจากนี้แล้วยังให้ติดสติ๊กเกอร์ขนาด
10 x 10 ซม. รูปสัญลักษณ์ความเสี่ยงหลักและความเสี่ยงรองเช่นเดียวกับข้อ
2.2.1 โดยติดที่ทุกท่อภาชนะบรรจุ
การจัดวางท่อบนรถให้วางท่อตั้งขึ้น
แยกกลุ่มมีท่อเปล่า และท่อมีก๊าซพร้อมมีป้ายบ่งบอกว่า
ท่อเปล่าไม่สะอาด หรือ มีสินค้าหลงเหลืออยู่
ที่ท่อที่ใช้ก๊าซไปแล้ว
ภาพที่ 4
กรณีเป็นภาชนะบรรจุที่ติดตั้งถังบรรจุบนรถ
ถังบรรจุจะต้องได้มาตรฐาน-อุปกรณ์ระบายความดัน
ต้องได้รับการตรวจทดสอบ
และรับรองจากกรมโยธาธิการ
และต้องทำบันทึกทะเบียนรถยนต์พร้อมลงรายละเอียดหมายเลขการรับรถภาชนะบรรจุเป็น
หลักฐาน การติด
ป้ายสัญลักษณ์ ตามข้อ 2.2
2.4 ผู้ขับรถขนส่งวัตถุอันตรายจะต้องผ่านการอบรมจนมีความรู้ความชำนาญ
ในเรื่องต่อไปนี้
- กฎระเบียบ ข้อกฎหมายการขนส่งวัตถุอันตราย
- คุณสมบัติและอันตรายของสินค้า
- การจัดวางสินค้าบนรถ
- การใช้อุปกรณ์ความปลอดภัย
- การปฐมพยาบาล
- การแก้ไขปัญหาสินค้ารั่วไหล
และเหตุฉุกเฉิน
2.5ผู้ได้รับใบอนุญาตขนส่งวัตถุอันตราย
จะต้องจัดทำเอกสารแนะนำสำหรับผู้ขับรถขนส่งแอมโมเนีย แอนไฮดรัสซึ่งจะต้องเก็บไว้ในรถขนส่ง
แสดงเอกสารแนะนำสำหรับผู้ขับรถขนส่งแอมโมเนีย
แอนไฮดรัส
|
คำแนะนำสำหรับผู้ขับรถ
หมวด 1 วัตถุที่บรรทุก
1.1ชื่อที่ถูกต้องในการขนส่ง
แอมโมเนีย แอนไฮดรัส
-
ปริมาณบรรทุก
. กก.
-
การจำแนกประเภท 2.3 ;
หมายเลขสหประชาชาติ 1005
1.2ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
-
ก๊าซอัดเหลว ไม่มีสี
มีกลิ่นฉุน
- จุดเดือด
-33.4 0C
-
การละลายน้ำได้ดี 53 กรัม/น้ำ
100 กรัม
-
น้ำหนักโมเลกุล 17.03
-
วัสดุที่เหมาะสม เหล็ก.
เหล็กกล้า
-
วัสดุที่ไม่เหมาะสม
ทองแดง ทองเหลือง สังกะสี
P.V.C. น้ำยาฟอกขาว
1.3ข้อมูลด้านอัคคีภัย
และการระเบิด
- ขีดจำกัดการติดไฟ 15 28%
- อุณหภูมิที่ติดไฟได้เอง 651 0C
-
อาจเกิดการระเบิดได้เมื่อสัมผัสกับ
กรด,สารอ๊อกซิไดซ์, คลอรีน
และสารประกอบกลุ่มฮาโลเจน
หรือเมื่อ
กระแทกอย่างแรง
-
ภาชนะบรรจุอาจระเบิดได้เมื่อได้รับความร้อน
หมวด 2
ลักษณะความเป็นอันตราย
- เป็นก๊าซพิษ
กัดกร่อน
ระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ
หายใจไม่สะดวก ไอ
น้ำท่วมปอด วิงเวียน
ถ้าเข้าตาทำให้ตาบอดได้
ถ้าสัมผัสผิวหนังจะกัดกร่อนทำให้เป็นแผลจากความเย็นได้
หากได้รับ 0.5 1%
ทำให้เสียชีวิตได้
- ผลต่อสิ่งแวดล้อม
ทำให้พืชแห้งตาย
หากระบายลงแหล่งน้ำทำให้สัตว์น้ำตาย
และแหล่งน้ำขาดออกซิเจน
หมวด 3
การป้องกันอันตรายบุคคลอื่น
- กรณีเกิดเหตุ
และฉุกเฉิน
แจ้งให้บุคคลอื่นอยู่เหนือลมห่างจุดเกิดเหตุอย่างน้อย
50 เมตร
- อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่จำเป็น
หน้ากากกรองก๊าซแอมโมเนีย
เครื่องช่วยหายใจ
แว่นตานิรภัย ถุงมือ
รองเท้า
- การปฐมพยาบาล
- นำผู้ป่วยไปที่อากาศถ่ายเทสะดวก
หากหายใจอ่อนให้ออกซิเจน
2 นาที
หากหัวใจหยุดเต้นให้ปั๊มหัวใจแล้วนำส่งแพทย์
- หากเข้าตาล้างด้วยน้ำผ่านนานอย่างน้อย
15 นาที แล้วนำส่งแพทย์
- หากถูกผิวหรือร่างกายให้ล้างร่างกายโดยน้ำสะอาด
หมวด 4
การปฏิบัติของผู้ขับรถกรณีฉุกเฉิน
- การแจ้งเหตุหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เช่น โทรศัพท์แจ้ง
แจ้งตำรวจ
แจ้งหน่วยดับเพลิง
แจ้งผู้ส่งวัตถุอันตราย
แจ้งผู้รับวัตถุอันตราย
- วิธีปฏิบัติเบื้องต้นของผู้ขับรถ
ดับเครื่องยนต์
ห้ามสูบบุหรี่หรือทำให้เกิดประกายไฟ
กันขอบเขตเตือนผู้ผ่านไปมา
กันคนให้ห่างเขตอันตราย
ปฏิบัติงานอยู่เหนือลม
สวมหน้ากากกรองแอมโมเนีย
หมวด 5
กรณีการหกรั่วไหล
- ใช้ขี้เลื่อย
ทราย
หรือวัสดุดูดซับอื่น
กลบซับบริเวณหกรั่วไหล
หลังจากนั้นจึง
เก็บกวาดส่งบำบัด
- การปฏิบัติต่อภาชนะที่รั่ว
ใช้อุปกรณ์แก้ไขฉุกเฉินยับยั้งบริเวณรั่วชั่วคราว
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายสำหรับคนขับรถยนต์
ผู้ประกอบการขนส่งต้องจัดให้มีอุปกรณ์การป้องกันอันตรายที่เหมาะสมให้แก่ผู้ขับรถยนต์ขนส่งก๊าซแอมโมเนีย
ดังนี้
- น้ำยาล้างตาและอุปกรณ์พร้อมใช้งานอย่างน้อย
250 ชม3
- แว่นตานิรภัย
หมวก ถุงมือ
รองเท้านิรภัย
- อุปกรณ์ช่วยหายใจ
SCBA
สามารถใช้งานได้อย่างน้อย
(20 นาที)
กรณีภาชนะบรรจุปริมาณมาก
- อุปกรณ์กรองอากาศหายใจที่มีแผ่นกรองแอมโมเนีย
กรณีภาชนะบรรจุปริมาณไม่มาก
- ถุงมือป้องกันสารเคมี
กรณีภาชนะบรรจุปริมาณไม่มาก
- ถุงมือป้องกันสารเคมีแบบยาว
กรณีภาชนะบรรจุปริมาณมาก
- ไฟฉาย
2.7
อุปกรณ์ความปลอดภัยประจำรถ
เพื่อลดอันตรายและเตือนประชาชนใกล้เคียงในบริเวณนั้น
- เครื่องมือสำหรับซ่อมรถ
กรณีฉุกเฉิน
- หมอนหนุนล้อรถ
- ไฟวาบยกตั้ง
ที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าของรถ
- เครื่องหมายสะท้อนแสงรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
ยาวด้านละ 50 ซม.
ติดแถบสะท้องแสงสีขาว
ขอบแดง กว้าง 5 ซม.
มีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำ
ขนาด 8 x 25 ซม. หัวท้ายมน
อยู่บนพื้นสีขาวในแนวดิ่งพร้อมขาตั้ง
2.8
ชุดอุปกรณ์แก้ไขฉุกเฉิน
เป็นชุดอุปกรณ์ใช้ยับยั้งการรั่วไหลของก๊าซในภาชนะบรรจุชั่วคราว
(yoke)
- อุปกรณ์ป้องกันสภาวะแวดล้อม
- วัสดุดูดซับ
เช่น ขี้เลื่อย ทราย
- ไม้กวาด
พลั่วตัก
- ภาชนะรวบรวมวัตถุอันตรายที่รั่วหก
2.10
การกำหนดเส้นทางให้เป็นเส้นทางขนส่งประจำห่างจากเขตชุมชนใหญ่
และขนส่งในช่วงการจราจรไม่คับคั่ง
|
- หลักเกณฑ์การปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยจากการผลิตแอมโมเนีย
แอนไฮดรัส
ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตแอมโมเนีย
แอนไฮดรัส ได้
ดังนั้นความหมายของการผลิตในที่นี้จึงหมายถึง
การแบ่งบรรจุ
ซึ่งมีการถ่ายบรรจุจากถังเก็บ
(Storage tank)
สู่ภาชนะบรรจุเป็นถังที่ติดตั้งกับรถบรรทุก
(Tank Vehicle) หรือท่อบรรจุก๊าซ (Cylinder)
การปฏิบัติเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมีดังนี้
3.1
ภาชนะบรรจุต้องได้มาตรฐาน
และทดสอบตามระยะเวลากำหนด
3.2
ชุดปฏิบัติงานควรประกอบด้วย
แว่นตานิรภัย หมวกนิรภัย
เสื้อแขนยาว-กางเกงขายาวถุงมือ-รองเท้านิรภัย
อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจที่มีไส้กรองแอมโมเนีย
นอกจากนี้ต้องจัดเตรียมชุดป้องกันสารเคมี
อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจ SCBA
พร้อมนี้ต้องตรวจเสมอว่าไม่ชำรุด
สะอาด หยิบใช้งานสะดวก
แล้วฝึกใช้จนมีความถนัดคล่องตัวปฏิบัติงานสะดวก
3.3
จัดให้มีฝักบัวชำระล้างกาย
และน้ำพุแรงดันต่ำ ณ
บริเวณพื้นที่ทำงาน
พร้อมทั้งตรวจสอบว่าสามารถใช้งานได้ตลอด
3.4
พื้นที่ทำการแบ่งบรรจุจะต้องติดหัวฉีดน้ำอัตโนมัติ
(Sprinkler) เพื่อทำให้เกิดม่านน้ำ
ซึ่งควบคุมการทำงานโดยอุปกรณ์การตรวจวัดก๊าซรั่ว
(Gas detector)
3.5 ระบบไฟฟ้า
และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ
ต้องเป็นแบบป้องกันการระเบิด
และเกิดประกายไฟ (Exlosion Proof)
3.6 วาล์ว
ท่อจ่ายก๊าซ
อุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ
จะต้องได้รับการรับรองจากผู้ผลิตว่าใช้กับงานแอมโมเนียได้
และต้องได้รับการตรวจสอบซ่อมแซม
รับรองการใช้งานเป็นประจำ 1
ครั้งต่อปี
3.7
ท่อจ่ายก๊าซ
จะต้องเป็นชนิดท่ออ่อน (Flexible host)
มีลิ้นปิด-เปิดที่ข้อต่อสำหรับระบายก๊าซ
และต้องมีลิ้นควบคุมการไหลที่สามารถควบคุมได้จากระยะไกล
3.8
ตรวจสอบและทำความสะอาดสายท่อจ่ายก๊าซ,
วาล์วต่าง ๆ
อุปกรณ์การสูบถ่าย
ก่อนและหลังการใช้งานทุกครั้ง
3.9
การถ่ายบรรจุก๊าซจะต้องมีสติและมั่นใจว่าปฏิบัติตามขั้นตอนในคู่มือการปฏิบัติงานทุกประการ
3.10
การถ่ายบรรจุก๊าซแอมโมเนียเข้าภาชนะบรรจุต้องไม่เกิน
53% ของภาชนะบรรจุ
กรณีถังติดตรึงกับรถบรรทุกควรปิดผิวหน้า
(purge) ด้วยไนโตรเจน
3.11 ห้ามลาก,
ห้ามนอนท่อบรรจุก๊าซแล้วกลิ้ง
และห้ามการกระทำที่ก่อให้เกิดการกระแทกอย่างแรงต่อท่อบรรจุก๊าซ
- ต้องติดตั้งสัญญาณเตือนภัย
และจัดให้มีท่อ,
หัวฉีดดับเพลิง,
ถังดับเพลิงเคมี, CO2,
วัสดุดูดซับ
ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้โดยตลอด
- แผนปฏิบัติการเพื่อระงับภัย
ทั้งภัยจากอัคคีภัย
และการรั่วไหล
โดยต้องมีการซักซ้อมอย่างน้อย
1 ครั้ง/เดือน
4.
หลักเกณฑ์การปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยจากการใช้แอมโมเนีย
แอนไฮดรัส
การใช้แอมโมเนียในอุตสาหกรรมต่าง
ๆ พึงมีข้อควรปฏิบัติดังนี้
4.1
อาคารที่มีการใช้แอมโมเนียต้องออกแบบให้โปร่ง
โล่ง ระบายอากาศได้ดี (ไม่ควรเป็นผนังทึบทั้ง
4 ด้าน)
4.2
พื้นที่ห้องเครื่องควรติดตั้งหัวฉีดน้ำอัตโนมัติแบบฉีดฝอยโดยตรง
ทำให้เกิดม่านน้ำและให้ควบคุมการทำงานโดยอุปกรณ์การตรวจวัดก๊าซรั่ว
4.3
บริเวณที่มีการใช้แอมโมเนีย
และบริเวณที่วางท่อบรรจุก๊าซจะต้องไม่วางใกล้กับสารที่เข้ากันไม่ได้
(Incompatible Substance)
สารไวไฟหรือบริเวณที่มีความร้อน
4.4
จัดให้มีฝักบัวชำระล้างกาย
และน้ำพุแรงดันต่ำที่ใช้งานได้ตลอดเวลาที่ต้องการ
ณ พื้นที่ทำงาน
4.5
ใช้หน้ากากป้องกันก๊าซแอมโมเนีย
หมวกนิรภัย แว่นตานิรภัย
เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
ถุงมือและรองเท้านิรภัยขณะปฏิบัติงานทุกครั้ง
รวมทั้งหมั่นตรวจสอบซ่อมแซมให้สามารถใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
- ต้องไม่ลาก
และระวังไม่ให้ท่อบรรจุก๊าซกระแทกพื้นหรือของแข็งอย่างรุนแรง
- ควรติดตั้งลิ้นกันกลับ
(Cheek value)
ป้องกันการไหลย้อนกลับของน้ำหรือเคมีอื่นใน
ขบวนการผลิตย้อนกลับเข้าปนเปื้อนภายในท่อบรรจุก๊าซ
4.8 อุปกรณ์
และเครื่องมือต่าง ๆ
ที่ใช้กับแอมโมเนียจะต้องได้รับการรับรองจากผู้ผลิตว่าสามารถใช้งานกับแอมโมเนียได้
4.9
ขั้นตอนเปิดใช้แอมโมเนียจากท่อบรรจุก๊าซ
- เปิดฝาครอบวาล์ว
และฝาปิดทางจ่าย (Outlet Cap)
- ต่อข้อต่อเฉพาะที่เข้ากับสายต่อที่ยืดหยุ่นได้
(Flexible Conector) ค่อย ๆ
ปิดวาล์วประมาณครึ่งรอบ
ใช้สารละลายกรดเกลือ 10%
ฉีดสเปรย์บริเวณข้อต่อ (ต้องระวังมิให้ถูกบริเวณวาล์ว)
หากมีฟลูมสีขาวบริเวณข้อต่อให้ปิดวาล์วทันที
- หากไม่มีฟลูมสีขาวเกิดขึ้นก็ค่อย
ๆ
เปิดวาล์วเพิ่มขึ้นจนปริมาณก๊าซที่จ่าย
เพียงพอตามความต้องการ
โดยดูจากเครื่องวัดอัตราการไหลของก๊าซ
- ท่อบรรจุก๊าซแอมโมเนียควรอยู่บนเครื่องชั่งตลอดเวลาใช้งานเพื่อทราบ
ปริมาณก๊าซที่เหลืออยู่ในท่อบรรจุ
รวมทั้งมีอุปกรณ์ยึดกันไม่ให้ท่อล้ม
- การเลิกใช้งานต้องปิดวาล์ว
และฝาครอบวาล์วทุกครั้ง
กรณีมีเหตุฉุกเฉินให้ปิดวาล์ว
และฉีดน้ำเป็นละอองเลี้ยงรอบนอกภาชนะบรรจุ
ต้องมีการอบรมพนักงานเก่าเพื่อทบทวน
และพนักงานใหม่เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับ
อันตราย,
การปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย,
การใช้เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ
ฉุกเฉิน
5.
หลักเกณฑ์การปฏิบัติเมื่อหกรั่วไหล
และการทำลายฤทธิ์
5.1
พื้นที่ที่จะใช้เป็นบริเวณทำลายฤทธิ์จะต้องมีการระบายอากาศที่ดี
ห่างจากสารที่เข้ากันไม่ได้
(Incompatible Substance)
5.2
ผู้ปฏิบัติงานจะต้องสวมอุปกรณ์ช่วยหายใจ
SCBA ชุดป้องกันสารเคมี
5.3
กรณีสงสัยว่าท่อบรรจุก๊าซรั่วทดสอบได้ดังนี้
- ใช้เครื่องชั่ง
ชั่งทั้งท่อบรรจุก๊าซตรวจดูว่าน้ำหนักรวมลดลงหรือไม่
- ตรวจสอบโดยใช้กรดเกลือ
(HCl) 10%
พ่นไอกรดรอบผิวนอกท่อบรรจุก๊าซ
หรือบริเวณที่สงสัยว่าจะรั่ว
เช่น รอยตะเข็บเชื่อม
ทั้งนี้จะต้องระวังไม่ให้ไอกรดเกลือที่พ่นสัมผัสกับส่วนคอและวาล์ว
ทางเข้า-ทางออกของก๊าซ
บริเวณที่รั่วเมื่อถูกกรดจะเกิดฟลูมสีขาว
ให้ทำเครื่องหมายแล้วย้ายท่อเข้าห้องม่านละอองน้ำระบายแอมโมเนียออกจนหมดแล้วส่งซ่อมแซม
5.4
วิธีทำลายกรณีเป็นของเหลวหกหล่น
จางด้วยน้ำแล้วทำให้เป็นกลางโดยกรดเกลือ
10%
(ห้ามใช้กรดทำให้เป็นกลาง
โดยตรง)
5.5
วิธีทำลายแอมโมเนียที่ปนเปื้อนในวัสดุดูดซับ
หรือปนเปื้อนกับเสื้อผ้า
5.5.1
นำวัสดุปนเปื้อนใส่ในภาชนะที่ทนการกัดกร่อน
5.5.2
นำกรดเกลือ 10%
คลุกวัสดุปนเปื้อนให้ทั่ว
ทดสอบด้วยกระดาษลิตมัส
เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดงให้หยุดเติมกรดเกลือ
- ล้างวัสดุปนเปื้อนด้วยน้ำ
แล้วทำให้แห้งจากนั้นนำกลับไปใช้อีกได้ใน
คราวต่อไป
5.6
น้ำจากการทำลายฤทธิ์แอมโมเนียโดยกรดเกลือ
10% ในข้อ 5.3.2, 5.4, 5.5.3
มีวิธีการตรวจสอบความเป็นกลางโดยการเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัส
จากน้ำเงินเป็นแดง, กระดาษ pH
ที่มีสเกลเทียบสี, หรือโดย pH-meter
น้ำดังกล่าวควรกักเก็บและปรับให้มั่นใจว่าเป็นกลาง
หรือให้ pH อยู่ในช่วง 5.5-9
ก่อนจึงระบายสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง
|